Code ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน

No Comments

มาดูวิธีเช็ค ว่า “เขามั่วรหัสประชาชนรึเปล่า?”

ขอเริ่มบทความแบบพิสดารบ้างได้ไหมครับ ก่อนอ่านบทความต่อไป ผมขอนำเสนอ หมอดูที่ชื่อว่า “แม่นมั่กๆ”

รหัสประจำตัวประชาชน (ขอเรียกสั้นๆ ว่า รหัสประชาชน) ที่เราจะมาตรวจกันวันนี้เป็นรหัสประชาชน ของคนไทยนะครับ

ก่อนอื่น ให้เพื่อนๆ หยิบบัตรประชาชนของเพื่อนๆ ขึ้นมาดูกันเลยครับ

รหัสประจำตัวของเราจะอยู่ในรูป x-xxxx-xxxxx-xx-x (เลข 13 หลัก) ใช่มั้ยครับ แต่เพื่อนๆ รู้ป่ะว่า จริงๆแล้ว รหัสประจำตัวของเราเนี่ย จริงๆ แล้วมีแค่ 12 หลักเท่านั้น (12 หลักแรก) แต่เลขตัวสุดท้ายเนี่ย เป็น Check Digit ครับ

Check Digit คืออะไรหนอ?

Check Digit เป็นตัวเลข 1 หลัก ที่เกิดจากการนำเลขหลักอื่นๆ มา บวก ลบ คูณ หาร กัน และ Check Digit นี่หละครับ จะช่วยให้เราตรวจสอบในเบื้องต้นได้ว่า ข้อมูลที่กรอกมาถูกต้องรึเปล่า

เวลาเราจะตรวจสอบว่าข้อมูลที่กรอกมาถูกต้องรึเปล่า เราจะคำนวณ Check Digit จากเลขหลักอื่นๆ เพื่อเปรียบเทียบกับ Check Digit ที่เขากรอกมาว่าตรงกันมั้ย ถ้าตรงกันก็แสดงว่าข้อมูลถูกต้องไม่ผิด ไม่มั่ว แต่ถ้าไม่ตรงกัน ก็แปลว่าข้อมูลที่กรอกมามีข้อมูลซักหลัก หรือ สองหลักที่ผิด เราก็สามารถเตือนให้ผู้ใช้ทราบและกรอกใหม่ อีกครั้งได้

เอ้า มาลองคำนวณ Check Digit ของรหัสประชาชนเรากันดีกว่า

ขอยกตัวอย่างรหัสประชาชนนี้ละกันครับ

1-2015-41462-23-4

ไหน ตอบหน่อยซิ ว่า Check Digit ของรหัสประชาชนนี้คือเลขอะไรคร้าบ…….

เอ้า ถามเองตอบเองก็ได้ Check Digit ของรหัสประชาชนนี้คือเลข 4 (เลขตัวสุดท้ายนั่นเอง)

เรามาดูกันว่า เลข 4 เกิดจากอะไรหว่า? คำนวณมาได้ไง? มั่วอ๊ะเปล่า?

ขั้นตอนที่ 1 – เอาเลข 12 หลักมา เขียนแยกหลักกันก่อน (หลักที่ 13 ไม่ต้องเอามานะคร้าบ)

ขั้นตอนที่ 2 – เอาเลข 12 หลักนั้นมา คูณเข้ากับเลขประจำหลักของมัน

ขั้นตอนที่ 3 – เอาผลคูณทั้ง 12 ตัวมา บวกกันทั้งหมด จะได้

13+24+0+10+45+32+7+24+30+8+6+6=205

ขั้นตอนที่ 4 – เอาเลขที่ได้จากขั้นตอนที่ 3 มา mod 11 (หารเอาเศษ) จะได้ 205 mod 11 = 7

ขั้นตอนที่ 5 – เอา 11 ตั้ง ลบออกด้วย เลขที่ได้จากขั้นตอนที่ 4 จะได้ 11-7 = 4 (เราจะได้ 4 เป็นเลขในหลัก Check Digit)

ถ้าเกิด ลบแล้วได้ออกมาเป็นเลข 2 หลัก ให้เอาเลขในหลักหน่วยมาเป็น Check Digit (เช่น 11 ให้เอา 1 มา, 10 ให้เอา 0 มา เป็นต้น)

โอ้โห….มหัศจรรย์มาก ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง เลขที่ได้ตรงกับเลขหลักที่ 13 ด้วยแหละ…ถ้าไม่เชื่อก็เอาเลขบัตรประชาชนตัวเองมาคำนวณดูสิครับ

1 2 0 1 5 4 1 4 6 2 2 3

รหัสบัตร 1 2 0 1 5 4 1 4 6 2 2 3

ตัวคูณ 13 12 11 10 9 8 7 6 5 4 3 2

ผลคูณ 13 24 0 10 45 32 7 24 30 8 6 6

ผมคิดว่าหลายๆ คนคงมีคำถามในใจแล้วหละว่า ทำไมต้องเอามาคูณ 13 ทำไมต้องเอามา บวกกัน ทำไมต้องเอามา mod 11 คำตอบที่ผมให้ได้ก็คือ มันคือวิธีที่ถูกเลือกใช้ในการคำนวณ Check Digit ให้กับรหัสประชาชนครับ แต่ถ้าเราจะคำนวณ Check Digit ให้กับรหัสสินค้า หรือ ISBN ของหนังสือ เราก็ต้องใช้วิธีการคำนวณ ที่แตกต่างกันออกไป
ครับ
ในเมื่อรู้วิธีแล้ว เรามาเขียนโปรแกรมตรวจสอบกันดีกว่า ผมเขียนไว้ให้หลายภาษาเหมือนกัน ให้เพื่อนๆ เลือกใช้ได้ตามสะดวกนะครับ

เวอร์ชัน php
<?
function checkID($id) {
if(strlen($id) != 13) return false;
for($i=0, $sum=0; $i<12;$i++)
$sum += (int)($id{$i})*(13-$i);
if((11-($sum%11))%10 == (int)($id{12}))
return true;
return false;
}
?>
<form action=”?” method=”get”>
รหัสประจำตัวประชาชน : <input type=”text” name=”txtID” />
<input type=”submit” value=”ตรวจสอบ” />
</form>
<?
if(isset($_GET['txtID'])) {
if(checkID($_GET['txtID']))
echo “รหัสถูกต้องครับ”;
else
echo “รหัสที่คุณกรอกไม่ถูกต้องค”; รับ
}
?>

เวอร์ชัน JavaScript
<script language=”javascript”>
function checkID(id) {
if(id.length != 13) return false;
for(i=0, sum=0; i < 12; i++)
sum += parseFloat(id.charAt(i))*(13-i);
if((11-sum%11)%10!=parseFloat(id.charAt(12))) return false;
return true;
}
function checkForm() {
if(!checkID(document.form1.txtID.value))
alert(‘รหัสประชาชนไม่ถูกต้อง’);
else
alert(‘รหัสประชาชนถูกต้อง เชิญผ่านได้’);
}
</script>
<form name=”form1″ onsubmit=”checkForm(); return false;”>
รหัสประจำตัวประชาชน : <input type=”text” name=”txtID” />
<input type=”submit” value=”ตรวจสอบ” />
</form>

เวอร์ชั่น ASP 3
<%
Function checkID(id)
checkID = False
If Len(id) = 13 Then
Dim i, sum
For i = 1 To 12
sum = sum + CInt(Mid(id, i, 1))*(14-i)
Next
If (11-(sum Mod 11)) Mod 10 = CInt(Mid(id, i, 13)) Then
checkID = True
End If
End If
End Function
%>
<form action=”?” method=”get”>
รหัสประจำตัวประชาชน : <input type=”text” name=”txtID” />
<input type=”submit” value=”ตรวจสอบ” />
</form>
<%
If Request(“txtID”) <> “” Then
If checkID(Request(“txtID”)) Then
Response.Write “รหัสถูกต้องครับ”
Else
Response.Write “รหัสที่คุณกรอกไม่ถูกต้องครับ”
End If
End If
%>

จริงๆ แล้วถ้าเพื่อนๆ จะเอาไปใช้จริง ก็ Copy ไปเฉพาะฟังก์ชัน CheckID ก็ได้ครับ โดยพารามิเตอร์ตัวแรกของ CheckID ทั้ง 3 ภาษานี้คือ ข้อความที่เก็บรหัสประจำตัวประชาชนไว้ครับ ฟังก์ชันนี้จะคืนค่าเป็น True ถ้ารหัสถูกต้อง และคืนค่าเป็น False ถ้ารหัสผิดครับ

สรุป

เราได้เรียนรู้วิธีการตรวจสอบเบื้องต้น (ข้อย้ำว่าเบื้องต้น) เพราะรหัสประชาชนที่ผู้ใช้กรอก อาจมี Check Digit ที่ถูกต้อง แต่อาจเป็นรหัสประชาชนที่ไม่มีอยู่จริงก็ได้นะครับ

ที่มา : http://oas.psu.ac.th/~skittiphong/don/index.php?option=com_content&task=view&id=136&Itemid=9

VN:F [1.8.6_1065]
Rating: 10.0/10 (1 vote cast)
VN:F [1.8.6_1065]
Rating: 0 (from 0 votes)

ฟังก์ชั่นแปลง UTF-8 ให้เป็น TIS-620

No Comments

ไปอ่านเจอบทความแล้วน่าสนใจดีครับ เลยเอามาเก็บใว้เป็นความรู้

ปกติแล้วการแปลงอักขระ ระหว่าง UTF-8 เป็น TIS-620 เราสามารถใช้ ฟังก์ชั่น inconv แปลงได้ โดยมีรูปแบบ
โค๊ด:
<?php
$string = iconv( ‘UTF-8′ , ‘TIS-620′ , $string );
?>

แต่ในบางครั้ง อาจพบว่าบาง Server ไม่รองรับฟังก์ชั่นนี้ครับ ทางแก้ที่ดี คือติดต่อ Server เพิ่อให้ทาง Server เปิดการทำงานในส่วนนี้ให้ แต่ถ้าทำไม่ได้ ให้ลองใช้ ฟังก์ชั่นนี้ดูครับ
โค๊ด:
<?php
function utf2tis( $string )
{
 $str = $string;
 $res = “”;
 for ( $i = 0 ; $i < strlen( $str ) ; $i++ )
 {
  if ( ord( $str[$i] ) == 224 )
  {
   $unicode = ord( $str[$i+2] ) & 0×3F;
   $unicode |= ( ord( $str[$i+1] ) & 0×3F) << 6;
   $unicode |= ( ord( $str[$i] ) & 0×0F ) << 12;
   $res .= chr( $unicode – 0×0E00 + 0xA0 );
   $i += 2;
  }
  else
  {
   $res .= $str[$i];
  };
 };
 return $res;
};
?>

ที่มา : http://www.goragod.com/

VN:F [1.8.6_1065]
Rating: 9.0/10 (1 vote cast)
VN:F [1.8.6_1065]
Rating: 0 (from 0 votes)

การ Backup MySQL ด้วย phpMyAdmin

No Comments

ในโลกของการใช้งาน Software คงไม่มีใครตอบได้ว่าวิธีการที่ถูกต้องที่สุด คงจะมีแต่วิธีที่เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละลักษณะงานมากกว่า แรงบันดาลใจที่ทำให้อยากเขียนเรื่องนี้เพราะน่าจะมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ อาจจะเพราะไม่มีใครบอกหรือแนะแนวทางให้ ไม่อยากจะโทษว่าโรงเรียนไม่ได้สอน ไม่รอช้า เรามาเริ่มกันเลยดีกว่านะครับ

การ Backup หรือ การ Export หรือ ภาษาไทยว่า การส่งออก

VN:F [1.8.6_1065]
Rating: 10.0/10 (1 vote cast)
VN:F [1.8.6_1065]
Rating: 0 (from 0 votes)

ทดสอบ i-mobile 3GX กับ HP iPAQ 612 Internet Sharing ผ่าน USB

No Comments

วันนี้ได้ sim i-mobile 3GX มาจากน้องที่ทำงานก็มางมๆ อยู่พักใหญ่กว่าจะใช้ได้ เพราะเครื่อง iPAQ612 ค่อนข้างเก่า จึงไม่มีตัวช่วยในการเซ็ตอัพค่าต่างๆ ของระบบ i-mobile หรือ TOT3G

ขั้นตอนการตั้งค่าHP iPAQ 612 ให้ใช้งาน i-mobile 3GX

  1. ใส่ซิม
  2. รอซักพักจะขึ้นสัญญาณ TOT Mobile แสดงว่ามีสัญญาณ 3G ของ TOT บริเวณนี้
  3. ที่เครื่อง iPAQ คลิก Start > Setting
  4. คลิกแท็บ Connection
  5. คลิกที่ไอคอน Connections
  6. เลือกเมนู Add a new modem connection
  7. กำลังพิมพ์เพลินๆ iPAQ เน็ตตัดไปซะงั้น เลยสลับไปต่อ GPRS กับอีกเครื่องหนึ่งก่อน (แป็บเดียวเสียไปเกือบ 4 บาทแล้ว ดีจังแจ้งจำนวนเงินหลัง Disconnect เลย)

  8. กลับมาต่อเรื่องของเราดีกว่า ตั้งค่าชื่อ Connection เป็น TOT3G
  9. ช่อง modem เลือกเป็น Cellular Line (GPRS,3G) คลิก Next
  10. Access point name (APN) ตั้งค่าเป็น internet แล้วคลิก Next
  11. คลิก Finish
  12. เสร็จขั้นตอนการตั้งค่าให้ใช้งาน 3G

ขั้นตอนการตั้งค่าHP iPAQ 612 ให้ใช้งานแชร์ Internet ไปยังคอมพิวเตอร์ผ่านสาย USB

  1. ต่อสาย USB
  2. รอซักพัก ให้คอมพิวเตอร์เจอเครื่อง iPAQ ของเราก่อน
  3. ที่เครื่อง iPAQ คลิก Start > Programs
  4. คลิกที่ไอคอน Internet Sharing
  5. ช่อง PC Connection เลือกเป็น USB
  6. ช่อง Network Connection เลือกเป็น TOT3G
  7. คลิก Connect
  8. เสร็จขั้นตอนการแชร์ Internet

ขอไม่พิมพ์มาก เอารูปภาพที่ Capture ไว้ไปดูกันเองนะครับ ตามนี้เลย

ทดสอบความเร็ว (ผ่าน USB)

ทดสอบความเร็ว (ผ่าน Bluetooth)

 

แถมผลการทดสอบของ AIS GPRS ผ่าน NOKIA 5310

VN:F [1.8.6_1065]
Rating: 10.0/10 (2 votes cast)
VN:F [1.8.6_1065]
Rating: 0 (from 0 votes)

Adobe Flash CS3 ActionScript 2.0

No Comments

หลักสูตรอบรม

Adobe Flash CS3 ActionScript 2.0

รายละเอียดหลักสูตร

ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้การใช้โปรแกรม Adobe Flash CS3 เพื่อสร้างเกมส์อย่างสร้างสรรค์ด้วย Flash เบื้องต้นได้ และเรียนรู้ส่วนประกอบของ Flash และเครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้ อาทิเช่น แนะนำ Keyframe, เครื่องมือ Transform, สร้าง Animations ด้วยคำสั่ง Tween, การใส่เสียง, การสร้างผลงานด้วยคำสั่ง Publish เป็นต้น

วันที่อบรม

27-28 มีนาคม 2553 เวลา 11:00น. – 17:00น.

ค่าใช้จ่าย/คน

  • สมาชิก TK park 550 บาท
  • บุคคลทั่วไป 850 บาท + ค่าผ่านประตู 20 บาท พร้อมค่ามัดจำ

ไฟล์ประกอบการอบรม

  1. Presentation (PDF) – Adobe Flash CS3 (ActionScript 2.0) for Project
  2. Sample (SWF) –

หมายเหตุ

-

VN:F [1.8.6_1065]
Rating: 10.0/10 (1 vote cast)
VN:F [1.8.6_1065]
Rating: 0 (from 0 votes)

Windows 7 : 5 วิธีง่ายๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่ฮาร์ดดิสก์

No Comments

  1. ใช้ เครื่องมือ Disk Cleanup
  2. ถอนโปรแกรมที่ไม่ค่อยได้ ใช้งานออกไปบ้าง
  3. ปิดการ ทำงานโปรแกรมเสริมที่มากับ Windows ที่ไม่ค่อยได้ใช้
  4. ปิด ระบบ System Restore
  5. ปิด การทำงาน Hibernate

ใน Windows 7 เฉพาะขนาดของตัววินโดวเพียวๆแล้วก็ปาไปหลายกิ๊กแล้ว ไหนจะไฟล๋ข้อมูล(Temp)ของโปรแกรมอื่นๆที่เราติดตั้งไปอีก ทำให้นับวันขนาดของไดรว์ที่ติดตั้ง Windows 7 หายไปวันละนิดละหน่อย ทิ้งไปหลายๆวันรวมขนาดแล้วก็เยอะอยู่เหมือนกัน วันนี้ผมจะมาแนะนำ 5 วิธีง่ายๆที่จะช่วยลดและประหยัดพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ใน Windows 7 ของเรา

1. ใช้ เครื่องมือ Disk Cleanup

Disk Cleanup เป็นเครื่องมือที่ติดมากับ Windows 7 ที่จะช่วยลบไฟล์ข้อมูลที่ไม่มีประโยชน์หรือไฟล์ขยะ(temporary files) เช่น ไฟล์ที่เกิดจากการใช้งาน Internet Explorer หรือไฟล์ที่ค้างอยู่ในถังขยะ

วิธีใช้งาน Disk Cleanup

  1. เข้า Windows Explorer หรือ (my)Computer คลิกขวาในไดรว์ที่ต้องการใช้ Disk Cleanup แล้วเลือก Properties
  2. คลิกที่ Disk Cleanup จะเจอกับเครื่องมือสำหรับเลือกลบไฟล์ขยะต่างๆ เลือกลบไฟล์ตามหัวข้อของโปรแกรม

2. ถอนโปรแกรมที่ไม่ค่อยได้ ใช้งานออกไปบ้าง

เราสามารถถอนโปรแกรมต่างๆที่ติดตั้งเข้าไปใน Windows 7 โดยใช้เครื่องมือ Uninstall a program โดยเข้าไปที่ Control Panel และคลิกที่ Uninstall a program.

3. ปิดการ ทำงานโปรแกรมเสริมที่มากับ Windows ที่ไม่ค่อยได้ใช้

ใน Windows 7 จะมีโปรแกรมเสริมต่างๆมากมายที่แถมมาให้พร้อมกับตัว Windows โดยการ เข้าไปที่ Control Panel. คลิกที่ Programs. คลิก Enable or disable Windows features เอาเครื่องหมายถูกตรงหน้าโปรแกรมเสริมที่ไม่ต้องการใช้งานออก เพื่อปิดการทำงานของโปรแกรมนั้นๆ จะสามารถช่วยประหยัดพื้นที่ได้นิดหน่อย

4. ปิด ระบบ System Restore

System Restore คือตัวที่จะช่วยคืนค่าการทำงานต่างๆของวินโดว์ ให้กลับไปยังวันที่ต้องการได้ โดนคุณสมบัตินี้จะใช้พื้นที่ในการสำรองข้อมูลมากพอสมควร เราสามารถปิดการทำงานในส่วนนี้ได้ โดย

  1. คลิกขวาที่ My Computer และเลือก Properties
  2. คลิกที่แท็บ System Protection
  3. เลือกไดรว์ที่ต้องการปิด System Restore แล้วกด Configure
  4. คลิกที่ Turn off system protection.
  5. กด OK เป็นอันเสร็จ

5. ปิด การทำงาน Hibernate

Hibernate เป็นคุณสมบัติที่ใช้ในการปิดเครื่องแบบด่วน คือกดปุ๊บแล้วเครื่องจะปิดทันที โดยการโอนถ่ายข้อมูลจาก RAM ขณะนั้นมาใส่ใน HDD เวลาเราเปิดเครื่องครั้งต่อไป วินโดว์ก็จะกลับมาทำงานก่อนที่จะกด Hibernate

วิธีปิดการทำงาน Hibernate

  1. ไปที่ run พิมพ์ cmd แล้ว กด ok
  2. พิมพ์คำสั่ง powercfg /hibernate off แล้วกด enter

หรือ Download hibernate_on_off unzip ออกมา ดับเบิลคลิกแล้วใช้ได้เลย

ที่มา

  1. http://www.9tana.com/node/windows-7-free-disk-space/
  2. http://www.blogsolute.com/windows-7-five-ways-to-free-up-disk-space/5479/

VN:F [1.8.6_1065]
Rating: 10.0/10 (1 vote cast)
VN:F [1.8.6_1065]
Rating: 0 (from 0 votes)

ทำเว็บไซต์ด้วย PHP เบื้องต้น

No Comments

หลักสูตรอบรม

ทำเว็บไซต์ด้วย PHP เบื้องต้น

รายละเอียดหลักสูตร

เรียนรู้การใช้ภาษา PHP เพื่อนำมาสร้างเป็น Web Application ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็น Server Side Programming ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะมีโครงสร้างของภาษาที่ง่าย และสามารถทำงานได้กับทุกระบบของ Web Server ทั้ง Windows, UNIX, Linux หรือ Mac OS

วันที่อบรม

13-14 มีนาคม 2553 เวลา 11:00น. – 17:00น.

ค่าใช้จ่าย/คน

  • สมาชิก TK park 550 บาท
  • บุคคลทั่วไป 850 บาท + ค่าผ่านประตู 20 บาท พร้อมค่ามัดจำ

ไฟล์ประกอบการอบรม

  1. Presentation (PDF) – PHP Presentation v.1.2
  2. Web Server – appserv-win32-2.5.10.exe
  3. Editor – devphp301.exe
  4. Manual – php_manual_en_for_devphp.zip

หมายเหตุ

วันที่ 14 มีนาคม ย้ายไปอบรมวันเสาร์ที่ 3 เมษายน 2553

VN:F [1.8.6_1065]
Rating: 10.0/10 (1 vote cast)
VN:F [1.8.6_1065]
Rating: 0 (from 0 votes)

สอนการใช้ BB Code (Bulletin Board Code)

No Comments

รูปแบบ Code ลักษณะการใช้งาน
[b] Text [/b] Text ตัวหนา
[i] Text [/i] Text ตัวเอียง
[u] Text [/u] Text ตัวขีดเส้นใต้
[url] Text [/url] การทำลิงค์ให้เพื่อนๆ กดได้
[email] Text@hotmail.com [/email] Text@hotmail.com
[img] Text [/img] ใช้แสดงรูป ในส่วนของ Text ก็ใส่ลิงค์ไป เช่น
[img]http://wiwat.buranarom.com/wp-content/uploads/2010/02/php-logo-Converted.png[/img]
[color=red] Text [/color] Text ใส่สี น่าดู
[color=#FF0000] Text [/color] อันนี้โค๊ดรหัสสี
รหัสสี : ดูจาก hi5 ก็ได้ *
[code] Text [/code] ถ้าอยากจะให้มีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับแสดง Code ต่าง ๆ
[list]
[li] Item 1[/list]
[li] Item 2[/list]
[/list]
ด้วยคำสั่งกลุ่มนี้ สามารถสร้าง List ได้ด้วย
[size=7] Text [/size] อันนี้แสดงตัวอักษรตามขนาด Size ระบุ 1-7
Text [br] ใช้เพื่อสั่งขึ้นบรรทัดใหม่


ที่มา : http://sc29club.0uu.net/index.php?topic=3.0

VN:F [1.8.6_1065]
Rating: 8.0/10 (2 votes cast)
VN:F [1.8.6_1065]
Rating: 0 (from 0 votes)

Hello world!

1 Comment

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!

VN:F [1.8.6_1065]
Rating: 9.7/10 (3 votes cast)
VN:F [1.8.6_1065]
Rating: +1 (from 1 vote)

เตือน!!! 20 พาสเวิร์ดเสี่ยงโดนแฮค

No Comments

ยังคงต้องเตือนกันอยู่เป็นประจำสำหรับประเด็นความปลอดภัยในการใช้คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะเรื่องของการตั้งรหัสผ่าน หรือพาสเวิร์ด ซึ่งผลจากการวิเคราะห์ 32 ล้านพาสเวิร์ดเมื่อเดือนที่ผ่านมาพบว่า ผู้ใช้ยังคงเลือกที่จะใช้พาสเวิร์ดที่เป็นคำสั้นๆ และเป็นคำง่ายๆ ซึ่งทำให้แฮคเกอร์สามารถเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ได้เกือบ 300,000 รายภายในการทดลองแฮคเพียงครั้งเดียว

Imperva บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านรักษาความปลอดภัยของข้อมูลได้วิเคราะห์ 32 ล้านพาสเวิร์ดในเดือนธันวาคม 2009 จากฐานข้อมูลลูกค้าของ RockYou ที่หลุดออกมาพบว่า ผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังคงเลือกใช้รหัสผ่านที่สั้น และง่ายมาก ซึ่งทำให้แฮคเกอร์สามารถเข้าถึงบัญชีของผู้ใช้เหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย

เมื่อเดือนที่แล้ว RockYou เว็บไซต์โซเชียลรายงานว่า มีความพยายามจากแฮคเกอร์ 1 ถึง 2 รายในการที่จะเข้าถึงฐานข้อมูล ซึ่งมียูสเซอร์เนม และพาสเวิร์ดของลูกค้าอยู่มากถึง 32 ล้านรายที่ยังไม่ได้ผ่านการเข้ารหัส หลังจากนักวิเคราะห์จาก Imperva ได้เข้าไปตรวจสอบพาสเวิร์ดของผู้ใช้ในฐานข้อมูลก็พบว่า แฮคเกอร์แค่ใช้ 5,000 พาสเวิร์ดที่ใช้กันมากที่สุดก็สามารถฉกบัญชีผู้ใช้ได้มากถึง 0.9% (ประมาณ 300,000 ราย) ได้แล้ว และหากพยายามทำ 116 ครังจะได้เพิ่มเป็น 5% และจะได้เพิ่มเป็น 20% เมื่อเพิ่มความพยายามในการแฮคเป็น 5,000 ครั้ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับความสามารถของคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน หรืออาจจะใช้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็ได้ สำหรับ 20 พาสเวิร์ดทีมีกันใช้มากที่สุด และโดนแฮคได้ง่ายที่สุดในการทดสอบดังกล่าวมีดังนี้

  1. “123456″ พบ 290,731 ราย
  2. “12345″ พบ 78,078 ราย
  3. “123456789″ พบ 76,790 ราย
  4. “Password” พบ 61,958 ราย
  5. “iloveyou” พบ 51,622 ราย
  6. “princess” พบ 35,231 ราย
  7. “rockyou” พบ 22,588 ราย
  8. “1234567″ พบ 21,726 ราย
  9. “12345678″ พบ 20,553 ราย
  10. “abc123″ พบ 17,542 ราย
  11. “Nicole” พบ 17,168 ราย
  12. “Daniel” พบ 16,409 ราย
  13. “babygirl” พบ 16,094 ราย
  14. “monkey” พบ 15,294 ราย
  15. “Jessica” พบ 15,162 ราย
  16. “Lovely” พบ 14,950 ราย
  17. “michael” พบ 14,898 ราย
  18. “Ashley” พบ 14,329 ราย
  19. “654321″ พบ 13,984 ราย
  20. “Qwerty” พบ 13,856 ราย

Imperva เปิดเผยว่า การเลือกใช้พาสเวิร์ดเป็นคำสั้นๆ และง่ายนั้น อาจโดนแฮคได้ด้วยวิธี พื้นฐานที่ไม่ต้องความเชี่ยวชาญมากนักก็ทำได้แล้ว ผู้ใช้ที่มีข้อมูลสำคัญควรหลีกเลี่ยงการใช้พาสเวิร์ดในลักษณะนี้ สำหรับพาสเวิร์ดที่ปลอดภัยอย่างน้อยต้องมี 8 ตัวอักษร ว่าแต่ใน 20 พาสเวิร์ดที่ยกมาให้ดูนี้ มีตรงกับของคุณบ้าง หรือเปล่า

ที่มา: http://www.arip.co.th/news.php?id=410727

VN:F [1.8.6_1065]
Rating: 7.5/10 (2 votes cast)
VN:F [1.8.6_1065]
Rating: 0 (from 0 votes)